ความรู้เกี่ยวกับสัตวป่า
 

ประเทศไทย มีงู ไม่น้อยกว่า 180 ชนิด อาศัยอยู่ทุกภาคของประเทศไทย โดเฉพาะภาคใต้พบงูได้หลากหลายชนิด

งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เคลื่อนที่โดยการเลื้อย เหตุที่กล่าวเช่นนี้ เพราะมีสัตว์ประเภทอื่นเหมือนกันที่เคลื่อนที่คล้ายงู เช่น จิ้งเหลนด้วง จิ้งเหลนหญ้า ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทจิ้งเหลน และก็ยังมีเขียดงู ซึ่งมีรูปร่างคล้ายงู แต่เป็นสัตว์จำพวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ไม่ใช่งู

ลูกงูจงอาง : มีลักษณะที่แต่ต่างจากแม่ของมัน คือลำตัวจะมีสีดำ และปล้องขาวพาดขวางลำตัว
งูจงอาง ขณะแผ่แม่เบี้ยเพื่อขู่ศัตรู
งูจงอาง : ลักษณะเกร็ดที่หัวจะใหญ่กว่างูเห่า จัดเป็นพิษที่มีพิษรุนแรง และปริมาณมากที่สุด
งูปาล์ม : จัดเป็นงูมีพิษหากินในเวลากลางคืน พบทางภาคใต้ ชอบอาศัยอยู่บนต้นปาล์ม
งูปล้องทอง : ชอบอาศัยอยู่บนต้นไม้ หากินในเวลากลางคืน พบทางภาคใต้ของไทย มีพิษ
ไข่งูปล้องทอง
งูเขียวไผ่ : หากินอยู่บนต้นไม้ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน พบทางภาคใต้ของไทย มีพิษที่รุนแรง

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการกำหนดลักษณะงูตามสรีระธรรมชาติไว้บางประการ เช่น

  • งูจะมีเรือนร่างเรียวยาว ประมาณกลมตามหน้าตัดขวางลำตัว และส่วนมากส่วนหัวจะใหญ่ คอเล็ก หางเรียวเล็กลงปลายแหลม เว้นงูบางชนิด เช่น งูสามเหลี่ยม (Bungarus fasciatus) ที่มีปลายหางกุดเหมือนปลายหางขาด ไม่เรียวแหลม
  • ผิวหุ้มกายภายนอกลำตัวงูจะมีเกล็ด ดังนั้นสัตว์บางชนิดอย่าง เขียดงู ก็ไม่ใช่งู เพราะมันไม่มีเกล็ด เกล็ดของงูเป็นลักษณะหนึ่งที่ช่วยมในการจำแนกกลุ่มของงู
  • งูมีปลายลิ้นสองแฉก สำหรับดมกลิ่นและสัมผัสอุณหภูมิ งูจึงแลบลิ้นแปลบๆ ตลอดเวลา
  • งูหลายชนิด เช่น งูในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ จะมีช่องเปิดที่หัว (Pit) มักจะอยู่ใกล้ปาก หรือระหว่างตากับจมูก ใช้รับอุณหภูมิรอบตัว
  • งูไม่มีเปลือกตา ชนิดที่ปิดเปิดได้ งูจึงหลับตาไม่ได้ เห็นลืมตาโพลงอยู่ตลอดเวลา ที่ปิดลูกตามีเพียงเกล็ดใสครอบอยู่ เมื่องูลอกคราบก้จะลอกครอบใสนั้นไปด้วย
  • งูไม่มีหู นอกจากไม่มีใบหูแล้ว แม้ช่องเปิดหูก็ไม่มี งูเป็นสัตว์หูหนวก ไม่มีได้ยิน ไม่เคยมีการค้นคว้าว่า ในงูบางชนิดจะมี อวัยวะเล็กๆ ในตำแหน่งหูชั้นใน ไว้รับแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย ถึงแม้งูจะไม่ได้ยิน แต่งูก็มีประสาทสัมผัสอื่นชดเชย นอกจากลิ้นแล้ว งูยังมีข่ายประสาทที่ไว ประสานกันตามรอยต่อของเกล็ด ว่ากันว่า แม้ใบไม้แห้งหล่นลงสู่พื้นก็สามารถรู้ได้
  • กระดูกขากรรไกร ส่วนล่าง ปลายด้านหน้าจะไม่ติดกัน เป็นส่วนที่ทำให้งูกลืนอาหารชิ้นโตๆ หรือสัตว์ขนาดใหญ่ได้
  • โครงกระดูกงู เป็นลักษณะที่มีแกนของกระดูกสันหลังประกอบด้วยซี่โครง เกือบตลอดทั้งตัว คือ กะโหลกหัวเท่านั้นที่ไม่ใช่กระดูกสันหลัง เว้นบางข้อในส่วนปลายสุดของหาง ไม่ปรากฏกระดูกชุดขาหน้าและขาหลัง ไม่มีกระดูกเชิงกรานกะโหลก ส่วนฟันจะสามารถจำแนกชนิดของงูได้
  • ไม่ว่าส่วนใดของงูจะไม่มีขน เคยมีผู้เล่าว่า ที่ประเทศอินเดียมีงูที่มีขนขึ้นระหว่างเกล็ด แท้จริงเป็นการกระทำขึ้นเพื่อหลอกลวง
  • งูบางชนิดมีติ่งเกล็ดแหลม (Spur) อยู่ประมาณสองข้างของทวารร่วม มีลักษณะเป็นเดือยเล็กๆ ตัวผู้จะมีเกล็ดติ่งใหญ่กว่าของตัวเมีย งูจะใช้ติ่งเกล็ดนี้กระตุ้นทางเพศ งูตัวผู้จะขยับติ่งเกล็ดเขี่ยตัวเมียก่อนการผสมพันธุ์

ในโลกนี้ มีงูไม่ต่ำกว่า 3,500 ชนิด ในประเทศไทยพบงูไม่ต่ำกว่า 180 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นงูพิษ 45 ชนิด และงูพิษอ่อนที่เป็นอันตราย 12 ชนิด รวมเป็นงูที่เป็น อันตรายต่อมนุษย์เพียง 57 ชนิดเท่านั้น ที่เหลือเป็นงูพิษอ่อนที่ไม่เป็นอันตรายและงูไม่มีพิษ นอกจากนั้นยังมีงูหลายชนิดที่อาจกล่าวได้ว่า กัดไม่เป็น ธรรมชาติให้สัญชาตญาณกับมันว่า ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เป็นอาหาร มันก็จะไม่อ้าปากกัด เช่น งูก้นขบ (Cylindrophis ruffus) เป็นต้น

งูเห่าพ่นพิษสีดำ
งูเห่าสีนวล
งูเห่าไทยขาว
งูเห่าไทยเผือก
งูเห่า : ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ตามทุ่งหญ้า พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

ดังนั้น การพบเห็นงก็จะอย่าคิดเหมาเอาว่างูเป็นสัตว์ร้ายเสมอไป งูบางชนิดนอกจากจะไม่ใช่งูพิษแล้ว ยังสร้างประโยชน์ให้กับสังคมมนุษย์ด้วยซ้ำ เช่น งูทางมะพร้าว (Elaphe radiata) นอกจากเป็นงูไม่มีพิษ กัดไม่เป็นอันตรายแล้ว ยังมีสสีสันลวดลายสวยงาม ประดับประดาให้โลกมีชีวิตชีวา และที่สำคัญ อาหารหลักของงูชนิดนี้คือหนู งูทางมะพร้าวจึงเป็นตัวกำจัดหนูตามธรรมชาติ ยังประโยชน์แก่เกษตรกรรมเป็นอันมาก

งูก้นขบเผือก
งูก้นขบ : หากินใต้พื้นดินในช่วงเวลากลางคืน แต่ไม่มีพิษ พบได้ทั่วประเทศไทย มักให้หางหลอกศัตรู

 

บริษัท อีแน็ค (ไทยแลนด์) จำกัด
35/129 ซอยลาดพร้าว23 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 , Tel. / Fax. : 02-053-4384 , 089-1617933 , 061-094-9052
E-mail : enac-club@hotmail.com , Facebook : www.facebook.com/enac.club
© 2018 enac-club.com All rights reserved.