เดินป่าศึกษาธรรมชาติ บนเขาแผงม้า

 

8 - 10 ธันวาคม 2550

เยือนถิ่นที่ราบสูง ที่ได้ถูกขนานนามว่า "สวิตเซอร์แลนด์ แดนอิสาน" ใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา แม้จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เติบโตมาพร้อมค่ายเรียนรู้สู่ธรรมชาติ ทั้งสมาชิกเก่าและใหม่ ที่ร่วมกิจกรรมได้ทั้งความรู้ จากแนวคิด "เมื่อผืนป่าฟื้น ชุมชนจะได้อะไร" ครั้งนี้เป็นการผสมผสาน ระหว่างการเรียนรู้นิเวศวิทยา สัตว์ป่า พันธุ์พืชบนเขาแผงม้า และวิถีชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนวังน้ำเขียว

อนึ่ง สีสันที่เกิดขึ้นในค่าย คือความเรียบง่ายและเป็นกันเอง ของน้อง ๆ และผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

................................................................................

 
 

ระยะทางที่ยาวไกล พอสมควร จากกรุงเทพ สู่วังน้ำเขียว ด้วยสัมภาระที่แน่นขนัด ทั้งอุปกรณ์กิจกรรม อุปกรณ์แค้มปิ้ง กระเป๋าสัมภาระต่าง ๆ อีกเยอะแยะ นับว่าเป็นค่ายที่แบกน้ำหนักเต็มที่เลยทีเดียว

กิจกรรม เรียนรู้การปฐมพยาบาล เบื้องต้น

เมื่อถึงจุดมุ่งหมายที่พักที่ภูพฤกษาบ้านสวน ก็ได้เวลาที่ท้องเรียกร้องอาหารกันพอดี เติมอาหารกันเต็มที่ ไม่แน่ชัดว่าอาหารอร่อย หรือท้องมันหิวกันแน่ แต่ก็ไมต้องรอให้พลังงานสะสมมากนัก

การนำลำเลียงผู้ป่วย

ก็เริ่มลุยกันตั้งแต่กิจกรรมแรก ในเรื่อง การเตรียมตัวเพื่อการสำรวจธรรมชาติ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เรียกความสนุกสนานในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ได้ดีทีเดียว เมื่อผ่านด่านแรกไปได้ ด่านที่สองก็เริ่มเรียกเหงื่อมากขึ้น

กิจกรรมการกางเต็นท์

ด่านที่สองก็เริ่มเรียกเหงื่อมากขึ้น เมื่อต้องลงมือกางเต็นท์เอง กว่า 15 หลัง ตามด้วยกิจกรรมที่ต้องใช้ฝีมือ อย่างการทำกับข้าวด้วยอุปกรณ์สนาม แต่ที่รู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่จะตื่นเต้นกับกิจกรรมนี้ จนออกหน้าออกตาเลยทีเดียว

พักแรมด้วยเต็นท์ ท่ามกลางธรรมชาติ

ไม่น่าเชื่อว่ามื้อเย็นนี้จะอิ่มเอมไปด้วย อาหารหลากหลายสูตร รสชาดแตกต่างกันออกไป แต่ความสุข มันอยู่ที่ได้ทำเองกินเอง ทำให้มื้อนี้ได้อรรถรสเต็ม ๆ ท้องกันเลย

เครื่องครัวและชุดอุปกรณ์สนาม

ย่ำค่ำ หลังจากน้อง ๆ อาบน้ำกันเสร็จแล้ว พื้นทีตรงกางลานกางเต็นท์ ถูกจัดเตรียมไว้ เพื่อรองรับกิจกรรมยามค่ำคืน

กิจกรรมการประกอบอาหาร

ครูพี่อ้น นำเรื่องเล่าจากธรรมชาติ มาเล่าให้ฟัง บวกกับอาหารว่าง ๆ ร้อน ๆ ด้วยข้าวเหนียวปิ้ง เพิ่มรสชาด เสียงหัวเราะ และความอยากรู้อยากเห็นของน้อง ๆ เริ่มเพิ่มมากขึ้นทุกที แต่ก็ถึงเวลาที่ควรแก่การพักผ่อน พร้อมทั้งอากาศที่เริ่มหนาวเย็นมากยิ่งขึ้น จึงแยกย้ายกันสู่เต็นท์กันเป็นครอบครัว

กิจกรรมนักดาราศาสตร์ พร้อมด้วยอาหารว่าง

คืนนี้ลมหนาวพัดแรงเต็นท์ เกือบทุกหลังสั่นตามลม และเต็มไปด้วยน้ำค้าง แต่การเตรียมตัวที่พร้อมทำให้ หลับสบายภายในเต็นท์อันอบอุ่น

.........................................................

ข้าวเหนียวปิ้ง

เริ่มรับอากาศตอนเช้า น้อง ๆ บางคน มักจะตื่นก่อนเป็นเรื่องปกติ เมื่อทะยอยกันออกมาจากเต็นท์แล้ว ก็มีโอวันตินร้อน ๆ พร้อมขนมปังปิ้งรอคอยอยู่

ู่ รองท้องด้วยขนมปังปิ้ง และเครื่องดื่มร้อน ๆ

หัวข้อในการสนทนายามเช้า คงหนีไม่พ้นความรู้สึกกับการนอนเต็นท์ และเรื่องขำ ๆ จากการนอนของแต่ละคน

กิจกรรมนักปักษาวิทยา

เมื่อแสงแดดเริ่มสาดแสงส่องจนสว่างกันทั่วแล้ว ก็เริ่มการเดินดูนกในบริเวณที่พัก ทุกครั้งทุกค่ายก็มักเจอนกประจำค่ายต่างกันออกไป คราวนี้เป็นทีของนกกิ้งโคร้ง ที่ไม่ว่ามุมไหนก็เจอกันจนชินตา

ทดลองใช้อุปกรณ์ดูนก

หลังจากทานมื้อเช้าอย่างเอร็ดอร่อยด้วยก๋วยจั๊บญวน ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้รับความนิยมกันขนาดนี้ และไม่ให้เสียเวลา ก็เริ่มเรียนรู้วิถีชุมชน ที่บ้านบุไทร ด้วยยานภาหนะอย่างรถอีแต๊ก

เรียนรู้สวนเกษตรผักปลอดสารพิษ

เดินชมสวนผักผสมผสาน เรียนรู้การปลูกเห็ดหอม การทำไม้กวาดดอกพง ( ไม้กวาดดอกหญ้า ) และตบท้ายด้วย การชมดอกเบญจมาศบาน

กรรมวิธีการเพาะเห็ดหอม

เป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่สำหรับน้อง ๆ และคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ที่ห่างจากวิถีชุมชน เพื่อให้ได้รับรู้ และเป็นประสบการณ์ของน้อง ๆ ในการสัมผัสกับวิถีชุมชนที่เรียบง่าย แและความเป็นเองของชาวบ้านในต่างจังหวัด

เรียนรู้การทำไม้กวาดดอกหญ้า

ทำให้การเรียนรู้ในช่วงเช้านี้ มีสีสันที่แตกต่างการการเรียนในห้องเรียน น้อง ๆ สนุกสนานกับการเห็นสิ่งที่แปลกใหม่ รวมถึงผู้ปกครองและทีมงานเองด้วยซ้ำ

น้อง ๆ กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

โดยเฉพาะภูมิปัญญาท้องถิ่น ในเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวบ้าน เช่น เครื่องปลิดเมล็ดข้าวโพด เครื่องฝึกหัดเดินของเด็ก ๆ เป็นต้น

เดินทางด้วยรถอีแต๊ก  บ้านบุไทร

เรียกได้ว่า เป็นสิ่งที่ดึงดูด ให้น้อง ๆ และผู้ปกครอง ได้เรียนรู้ซึบซับบรรยากาศ ที่เรียบง่าย ที่ต่างจากความวุ่นวายในเมืองหลวง และชีวิตประจำวันทีเดียว

เที่ยวชมแปลงปลูกดอกเบญจมาศ

พักทานข้าวเที่ยง แบบอาหารพื้นบ้าน ข้าวเหนียวส้มตำ และอื่น ๆ กัน ให้เต็มที่ เพราะในช่วงบ่าย เป็นกิจกรรมที่ต้องขึ้นไปบนเขาแผงม้า

หนังสติ๊ก อุปกรณ์ประยุกต์ ในการปลูกป่า

และแน่นอน สิ่งที่น้อง ๆ หลายคนรอคอย และสนใจกันมาก จากการปูพื้นฐานไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว คือการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

กิจกรรมส่องกระทิง ที่เขาแผงม้า

นอกจากจะฝึกความอดทน แล้ว ยังได้เห็นและได้เรียนรู้สิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่อยู่ในธรรมชาติจริง เสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่

จุดชมวิว พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

จุดสิ้นสุดในช่วงบ่ายนี้ คือการได้ส่องกล้องดูกระทิง ที่หากินในหุบเขา แต่เป้นที่น่าเสียดาย ที่นักท่องเที่ยวที่มาเยอะ จนกระทิงไม่ออกมาโชว์ตัวให้เห็น แต่ก็ถือได้ว่าเป็นทัวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกไป

อิ่มอร่อย กับขนมปังปิ้งฝีมือตนเอง

คืนนี้ เป็นกิจกรรม ดูดาวกัน ท้องฟ้าในฤดูนี้ปลอดโปร่ง จนเห็นกลุ่มดาวนานา ที่ส่องแสงสวยงาม ประกอบกับนิทานดวงดาว ในเรื่องของการผจญภัย ในเทพนิยายของกรีกโบราณ

...........................................................

กิจกรรมการทำขนมไทย ๆ

เช้านี้ หลายคนหลับกันอย่างสบาย อาจจะเป็นเพราะสองวันที่ผ่านมา ใช้พลังงานไปเยอะหน่อย แต่ก็ยังคงมาล้อมวงปิ้งขนมปังกัน เหมือนเคย เดินดูนกอีกซักเล็กน้อยก็ทานมื้อเช้ากัน

กิจกรรม ศิลปะ กับธรรมชาติ

ต่อด้วยการฝึกทำขนมต้มกัน สนุกสนาน และอิ่มเอมกันไป พอประมาณ ก่อนที่จะต่อด้วย งานศิลปะเล็ก ๆ น้อย อย่างการทำเข็มกลัดไม้รูปนกต่าง ๆ น้อง ๆ บางคนอาจจะต้องให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยหน่อย

การประดิษฐืเข็มกลัดไม้รูปนกต่าง ๆ

ก็ถือเป็นกิจกรรมในแบบครอบครัวกันอีกแบบ ได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกันไป คนละสองสามชิ้น ก็เที่ยงพอดี ทานข้าวเสร็จ เก็บสัมภาระ แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

 

บริษัท อีแน็ค (ไทยแลนด์) จำกัด
35/129 ซอยลาดพร้าว23 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 , Tel. / Fax. : 02-053-4384 , 089-1617933 , 061-094-9052
E-mail : enac-club@hotmail.com , Facebook : www.facebook.com/enac.club
© 2018 enac-club.com All rights reserved.