7 - 10 พฤษภาคม 2548

อากาศที่ร้อนอบอ้าว ไปทั่วสารทิศ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ ค่าย เรียนรู้สู่ธรรมชาติ จะหลบลมร้อน ไปยังเมืองที่เดิม เรียกกันว่า "เมืองแม่กลอง" ยังพอได้อาศัยธรรมชาติและวิถีชีวิตริมคลองที่เรียบง่าย ช่วยผ่อนคลายได้บ้าง "ท่องเมือง 3 สมุทร" เป็นชื่อตอนที่บอกให้น้องๆ ได้รู้ว่า จ. สมุทรสงคราม ถูกกล่าวขานว่า เป็นเมือง 3 น้ำ 3 นา ( มีทั้ง น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม และ นาข้าว นาเกลือ นากุ้ง ) เอาเป็นว่า น้องๆ จูงมือคุณพ่อคุณแม่ มาค่าย กับ ครูอ้น ครูต้น ถึง 4 วัน 3 คืน ได้พบได้เจอ ได้ลองทำและเรียนรู้ อะไรไปบ้าง ลองมาไล่เรียงกัน

..............................................................................................................................

 
 
   กิจกรรมในวันแรก (นาเกลือ , อุทยานฯ ร.2 , ตลาดน้ำอัมพวา)
กิจกรรมเรียนรู้การทำนาเกลือ

หลังจากเดินทางออกจากกรุงเทพ ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง จุดแรกที่ น้องๆ จะได้เรียนรู้ คือ นาเกลือ ของพี่โต ที่อาศัยภูมิปัญญาแต่ดั้งเดิม จัดแบ่งประเภทของเกลือ มาใช้ประโยชน์ที่แตกต่าง และหลากหลายกันออก ตามแต่ละชนิดและขั้นตอน

พี่โต ได้ให้น้องๆ ได้ลองทำแป้งเกลือจืด อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จาก นาเกลือ แน่นอนสามารถ นำไปพอกหน้าขัดผิวได้ แต่รู้สึกว่าน้องๆ แต่ละคน จะถูกชะโลมไปด้วยแป้งกันพอสมควร

ก่อนที่จะไปทานข้าว และเรียนรู้การทำไข่เค็มจากเกลือสมุทร พร้อมซื้อของฝากติดไม้ติดมือกัน มีทั้งน้ำพริก ,ไข่เค็ม , เกลือสมุทร ,แป้งเกลือจืด .....

น้อง ๆ ลงมือทำแป้งเกลือจืด
จากนั้น น้องๆ ก็ได้เดินทางมา ที่อุทยานประวัติศาสตร์ ร.2 ได้รู้ถึงความเป็นมา และชมพิพิธภัณฑ์ ในแบบไทยๆ พร้อมทั้งเรื่องราวของวรรรคดี ที่ทรงประพันธ์ ขึ้น อาทิ สังข์ทอง ,ไกรทอง ผ่านเรื่องเล่าจากครูต้น
อุทยานประวัติศาสตร์ ร.2
ถึงแม้ว่าน้องๆ จะต้องใช้เวลา ในที่อุทยานฯ นานไปซักหน่อย เพราะพวกเราทั้งหมดจะต้อง รอคอยจนถึงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น โดยเป้าหมายต่อไป คือ ตลาดน้ำอัมพวา ที่อยู่ถัดจากอุทยานฯ ไม่เกิน 100 เมตร เอง
ความคึกคักของผู้คน แม่ค้า พ่อค้า และมีเสียงดนตรีไทยให้ฟังแบบสดๆ อาหารที่หลากหลายให้เลือกในราคาถูก ก็ทำให้ทุกคน สนุกสนานไปกับการเลือกซื้อ เลือกกิน และยังได้ติดไม้ติดมือกลับไป ยังที่พักอีกด้วย

ตลาดน้ำยามเย็น ที่อัมพวา

ที่พัก โฮมสเตย์ปรายโพงพาง
18.00 น. โดยประมาณอากาศเริ่มเย็นด้วย ละอองของฝน เมื่อเรามาถึงที่พัก "โฮมสเตย์ ปลายโพงพาง" ทุกคนช่วยกันนำสัมภาระไปเก็บตามบ้าน ที่เราได้เตรียมไว้ให้ โดยแบ่งให้น้องๆ พักรวมกัน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ก็พักอีกหลังหนึ่ง

หลังจากนั้นน้องๆ ก็อาบน้ำกัน และเตรียมที่นอนกัน ก่อนนอน ครูต้น "เล่านิทานดวงดาวให้น้องฟัง" ในมุ้ง เนื่องจากฟ้าฝนไม่เป็นใจ ห่างออกไปนอกชานเรือน คุณพ่อ คุณแม่ ของน้องๆ นั่งทานของว่างและพูดคุณแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ กัน โดยมีครูอ้นแอบนั่งฟังและเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ

 

   ความสนุกในวันที่ 2 ( การดูนก , บันไดงู , ล่องเรือชมวิถีชีวิต , ดูหิ่งห้อย)
กิจกรรมนักปักษาวิทยา

05.30 น. เช้านี้รู้สึกว่าน้องๆ จะเริ่มสามัคคีกันเกินไปหรือเปล่า เมื่อ ทุกคนต่างวิ่งกรูเข้ามาที่มุ้ง ครูอ้นครูต้น หวังจะปลุกให้ตื่น ถึงแม้จะรู้ตัวก่อน ก็ไม่สามารถต้านทานน้องๆ ได้

วันนี้อากาศดีผิดจากที่คาดไว้ แสงอาทิตย์ไม่สามาถส่องมาถึงพื้นได้ ประกอบกับสายลมเย็น ของละอองฝนเป็นระยะ ให้ความหวังว่าวันนี้อากาศจะดีทั้งวัน

ก่อนทานอาหารเช้า น้องๆ ได้ชงโอวันติน กินเอง แน่นอน เมื่อกับทุกค่ายที่ผ่านมา เจอสูตรเด็ดๆ ที่คิดขึ้นเอง โดยที่ไม่มีตำราใดเคยระบุ .... ครูต้น นำบทพูดก่อนทานข้าว เพื่อให้รู้จักคุณค่าของอาหาร แอบหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะซึบซับ ให้น้องๆ ได้รู้ และได้คิดเมื่อเติบโตต่อไป

09.00 น. วันนี้เรามาเข้าสู่เรื่องราวของการดูนก จากครูอ้น พร้อมทั้งให้น้องๆ ได้ลองฝึกการใช้กล้อง การสังเกต การจดบันทึก ซึ่งหลังจากวันนี้ทุกเช้าเราก็จะได้ ออกไปเดินดูนกกัน

หลังจากนั้น ครูต้น ก็ชวนน้องๆ เล่นเกมส์บันไดงู ชุด "ชุมชนริมน้ำ เทพพิทักษ์ริมคลอง"

ล่องเรือชมวิถีชุมชนริมคลอง
ช่วงบ่าย : น้องติดเสื้อชูชีพ กันทุกคน เพราะเราจะล่องเรือ เพื่อชมวิธีชีวิตริมน้ำกัน โดยแบ่งกลุ่มกันนั่งเรือ ระหว่างทาง พี่ๆ ได้ชี้ให้น้องๆ ดูนกกินเปี้ยวบ้าง นกยางเปียบ้าง และยังเห็นตัวเงินตัวทองที่มาอวดโฉม ริมฝั่งคลองอีกด้วย
พวกเราแวะกันที่ แหล่งผลิตน้ำตาลมะพร้าว ซึ่งกำลังต้ม และเคี่ยว ร้อนกันอยู่ เลย หลังจากนั้นเจ้าของสวนก็โชว์การขึ้นไป เก็บน้ำตาลมะพร้าว ให้ชิมกันสดๆ
เรียนรู้การทำน้ำตาลมะพร้าว
ทดลองใช้ใบข่อยขัดฟัน
นั่งเรือต่อไป อีกซักพัก ก็ไปถึงสวนส้มโอ ไปดูวิธีการดูแลรักษา น้องๆ จะสนุกกับการเอาใบข่อย มาขัดฟัน และเก็บลูกส้มโอมาเล่นกัน ทุกคนได้ชิมส้มโอรสชาดหวานอร่อย จากสวน และก็ซื้อติดไม้ติดมือกับไปด้วย
19.00 น. ทุกคนก็ได้นั่งเรืออีก ครั้งนี้ จะเป็นการล่องเรือ เพื่อไปชมหิ่งห้อยนับหมื่นๆ ตัว แน่นอนทำให้น้องๆ ตื่นเต้นกันใหญ่ เมื่อได้เห็น เวลาในการล่องเรือผ่านไปร่วมชั่วโมง สายน้ำ ความมืด หิ่งห้อย ก็ชวนในน้อง ข้าวปั้น น้องพิมวา น้องฮัล เริ่มเข้าสู่นิทรา ....

 

ป.ล. คืนนี้น้องๆ เข้านอนหลับกันเร็ว กว่าคืนแรก (น่าจะพาดูหิ่งห้อยทุกคืนเลย)

กิจกรรมล่องเรือชมหิ่งห้อยนับหมื่นตัว
 
เข้าสู่วันที่ 3 ( ป่าชายเลน , ล่องเรือลุยโคลน , ถีบกระดานเก็บหอย , ทำบัวลอย )
เช้านี้เป็นที ครูอ้นครูต้น และพี่ใบม่อน พี่ฟัก ปลุกน้องๆ กันแล้ว เพื่อจะได้ไปดูนกกันตอนเช้านี้ หลังจากเก็บที่นอน ล้างหน้า แปรงฟันกันแล้ว ครูอ้นก็แจกอุปกรณ์ให้ และก็เดินเรียงรายกันเป็นแถว ผ่านสวนมะพร้าว และดูนกตามริมทาง
ล่องเรือชมเรียนรู้ป่าชายเลน

เช้านี้ น้องๆ เริ่มที่จะท่องบทพูดก่อนทานข้าวได้ และรู้จักที่จะวางช้อนส้อม เขี่ยอาหาร เมื่อทานข้าวเสร็จ โดยที่ไม่ต้องบอก เหมือนมื้อแรก

วันนี้ พวกเราจะไปลุยกันที่คลองโคน แน่นอนได้ลงเรืออีกแล้ว แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม เพราะ เรือที่นั่งจะวิ่งบนหาดโคลน ที่กว้างใหญ่เหลือเกิน ก่อนที่จะแวะไปยังป่าชายเลน และดูลิงแสมฝูงใหญ่กัน

เรือพาลัดเลาะไปตามฟาร์มหอยแมลงภู่ หอยนางรม และหยุดพักบนกระต๊อบ กลางทะเล จากนั้นก็ถึงเวลาที่น้องๆ รอคอย เรือวิ่งมาจอดที่หาดโคลน ครูต้นกระโดดนำพร้อมด้วยกระดาน น้องๆ ก็ไม่รอช้ารีบลงไปนั่งบนกระดานทันที ก่อนที่เรือลำที่มีครูอ้น และของคุณพ่อคุณแม่จะมาถึงด้วยซ้ำ
กิจกรรมถีบกระดานเก็บหอยแครง
ถึงแม้วันนี้อากาศจะดูแตกต่างจากเมื่อวานมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนหวั่นแม้แต่น้อย บ้างก็วิ่งเล่น บ้างก็ก้มหน้าคล่ำหาหอยแคลงที่อยู่ใต้เลน บ้างก็พยายามถีบกระดาน ทำให้คุณพ่อคุณแม่อดไม่ได้ ที่จะลงไปลุยด้วย
พวกเราแวะอาบน้ำล้างตัวที่บ้านคุณตาเทือง และทานข้าวที่นั่น กัน และช่วยกันเก็บเปลือกหอยมาทำงานประดิษฐ์กัน

กลับมายังบ้านพัก ทุกคนอาบน้ำอีกครั้ง บางคนก็ช่วยซักผ้า ในระหว่างที่ฝนลงเม็ด ทำให้อากาศกลับมาเย็นชุ่มช่ำอีกครั้ง

ก็ถึงเวลาที่จะทำของว่างกินเองด้วย วัตถุดิบต่างๆ ถูกจัดเตรียมเพื่อ ทำบัวลอย กัน โดยได้น้ำตาลมะพร้าว ที่ได้มาเมื่อวานช่วยเพิ่มความหวาน น้องญะญ่า (2ขวบ) ที่ตามพี่ไฮล์ พี่ฮัลมา ็ก็ร่วมโชว์ฝีมือในงานนี้ด้วย ถึงแม้บัวลอยที่ได้มาจากฝีมือน้องๆ จะดูคล้ายๆ อุกาบาตตก ก็ตามเถอะ แต่รสชาดอร่อยลิ้นเชียวล่ะ

กิจกรรมการทำบัวลอย

คืนนี้ เป็นคืนสุดท้าย ซึ่ง น้องๆ จึงได้สรุปเรื่องราวที่ผ่านมาในค่าย แต่จะเล่าให้ฟังคงไม่รู้เรื่องกันแน่ ก็เลย ให้ น้องๆ แสดงละครกัน คุณพ่อคุณแม่ เป็นคนดู งานนี้สร้างเสียงหัวเราะกันลั่นไปทั่วคุ้งน้ำ เรื่องที่แรกผ่านไป เรื่องที่ 2 ตามมา และเรื่องที่ 3 ต่อ เอ๊ะ ! เรื่องที่ 4 ... 5 ก่อนที่จะบานปลายเพราะน้องๆ เล่นละครไม่ยอมเลิก

ครูต้น จึงเปลี่ยนความสนใจ ที่ยากเย็นไปที่การดูดาว ซึ่งคืนนี้ เป็นคืนที่ดีที่สุด ตั้งแต่มาค่ายครั้งนี้

เมื่อกล้องส่องขึ้นฟ้า แผนที่ดวงดาวพร้อม เรื่องราวต่างๆ ก็ตามมา จนถึงเวลานอน

กิจกรรมนักดาราศาสตร์น้อย
วันสุดท้าย ( ตักบาตรริมคลอง , ฟอสซิลเปลือกหอย , ดอนหอยหลอด , วัดหลวงพ่อแหลม)
กิจกรรมดูนกในสวนผลไม้
เช้านี้กิจกรรมดูนกเรายังมีเช่นเคย เพราะน้องๆ จะต้องหานกให้พบอย่างน้อย 20 ชนิด วันนี้น้องสามารถที่จะเปิดหนังสือ Birds Guide ได้ดีขึ้น
รวมแล้ว 2 - 3 วันที่ผ่านมาก็พบนกต่างๆ อาทิ นกกินเปี้ยว นกกวัก นกตะขาบทุ่ง นกกระปูด นกอีเสือ นกกระติ๊ด นกเหยี่ยวแดง นกยางเปีย นกยางกรอก นกกาเขนบ้าน นกเอี้ยงหงอน เป็นต้น
ทำบุญตักบาตรยามเช้า
กลับมาจากดูนก เวลาพอเหมาะ พระพายเรือมาบิณฑบาตร ตามคลองที่ตัดผ่านที่พัก น้องๆ ได้นำของที่เตรียมมา มาตักบาตรกัน
กิจกรรมนักประดิษฐ์ กับฟอสซิลเปลือกหอย

ผลงานที่เกิดจากการทับถ่ม ของซากเปลือกหอย กลายมาเป็นงานศิลปะ บนปูนปลาสเตอร์ ที่อาศัยฝีมือน้องๆ สร้างมันขึ้นมา

น้องสนุกสนาน ที่ดอนหอยหลอด

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จ พวกเราก็เดินทางมาที่ดอนหอยหลอด ขึ้นไปนมัสการ กรมหลวงชุมพล

เมื่อแจกจ่ายอุปกรณ์สำหรับ หาหอยหลอด และแนะนำวิธีการเส็้จ น้องๆ ก็ได้ลุยกันเต็มที่ ทั้งจิ้มผิด จิ้มถูกกันไป ระหว่างนั้น น้องๆ ก็สนุกกับพวกปูลม ปูกระดุม ปูเสฉวน กัน

อาบแดดกันเต็มที่ แวะซื้อของฝาก จานั้นก็กลับมาที่พัก เก็บสัมภาระ ทานข้าวเที่ยงกัน และเดินทางไป นมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหารกัน เพื่อเป็นศิริมงคล ก่อนกลับถึงกรุงเทพ 6 โมงเย็น โดยประมาณ
 

ศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ENAC)
7/368 เมืองทองธานี ถ.ป๊อปปูล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 , Tel. / Fax. : 02-053-4384 , 089-161-7933 , 061-094-9052
E-mail : enac-club@hotmail.com , Facebook : www.facebook.com/enac.club
© 2017 enac-club.com All rights reserved.