13 กันยายน 50

เมื่อกล่าวถึงเกาะรัตนโกสินทร์ หลายคนอาจจะคุ้นหูกันบ้างตามสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว หรือบางคนอาจจะรู้ลึกถึงประวัติศาสตร์กันเลย แต่เมื่อมีคนรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้น และรุ่นเก่าที่เริ่มจะลืมเลือน เราจึงอาศัยโอกาสดีในวันเฉลิมฉลองและงานสมโภชเสาชิงช้าต้นใหม่ เป็นการย้อนรอยไปตามสถานในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และมีความสวยงามในตัว ก่อนจะมีไว้แค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศเท่านั้น มาลองปรับมุมมอง ไปกับเอกลักษณ์ไทยเขตพระนคร ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์มาเป็นมหานคร ที่กำลังเติบโตตามอารยธรรมของโลกในยุคสมัยใหม่กัน

 
 
 

เมื่อจุดเริ่มต้น ของการเปิดมุมมองในครั้งนี้ จุดหมายหลักที่หยิบยกมา คือ การไปชื่นชม และร่วมสัมผัสบรรยากาศของการเฉลิมฉลองและงานสมโภชเสาชิงช้า ซึ่งเดิมทีเสาชิงช้าใช้ในการประกอบพระราชพิธีตรียัมพวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าของศาสนาพราหมณ์ ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จวบจนมายกเลิกการประกอบพิธีในรัชกาลที่ 7 แต่ยังคงเห็นตั้งตระหง่านอยู่ทุกวันนี้ ควบคู่กับวัดสุทัศน์เทพวราราม วัดสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ อีกแห่งหนึ่ง และเป็นที่ประดิษฐาน ของพระศรีศากยมุนี ( หลวงพ่อโต ) และบานประตูแกะสลักลายที่วิจิตรสวยงามด้วยฝีพระหัตถ์ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ตามโปรแกรมที่พวกเราร่างกันคร่าว ๆ ด้วยความตั้งใจนั่งรถรางชมบรรยากาศรอบเกาะรัตนโกสินทร์ แต่ผิดหวังเล็กน้อย ที่รถรางถูกจองเต็มทุกรอบ พวกเราจึงเปลี่ยนมาเปิดแผนที่อีกครั้งเพื่อวางแผน ตามแผนที่เกาะรัตนโกสินทร์ ที่ถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองหลอด ซึ่งได้แบ่งเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นชั้นนอกและชั้นใน ให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อประหยัดเวลาที่จะเริ่มตระเวน ชั้นใน คือ แขวงพระบรมมหาราชวัง ชั้นนอก ก็คือแขวงต่าง ๆ ที่ยังคงอยู่ในเขตพระนคร

หลังจากที่เตรียมวางแผนกันโดยสังเขป ก็ได้ข้อสรุปที่จะเริ่มจากวัดสุทัศน์เทพวราราม กราบนมัสการ และะนั่งชมบรรยากาสสักหน่อย ก็ออกมารับอากาศร้อน ๆ รอบบริเวณวัด ถ่ายรูปมุมต่าง ๆ หน่อย ก็ออกเดินทางต่อสู่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) การเดินทางที่ง่ายที่สุด และได้บรรยากาศในเวลานี้ ก็คือรถตุ๊ก ๆ ต่อรองราคา และชักสีหน้านิดหน่อย เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม แล้วจึงมุ่งสู่ที่ต่อไปในเวลาไม่นานนัก

ไม่ว่าจะมองมุมไหน ในเขตพระบรมราชวัง ก็ดูสวยงาม และเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทยได้ ครั้งนี้แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาเดินชม แต่บรรยากาศก็ชวนให้ดูแช่มชื่น เมื่อเห็นชาวต่างประเทศแสดงความชื่นชมในเอกลักษณ์ของความเป็นไทย คนไทยอาจจะดูบางตาหน่อย จะเห็นมีบ้างก็เป็นน้อง ๆ นักศึกษา ที่มานั่งร่างภาพ ตามงานจิตกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว โดยเป็นเรื่องราวของรามเกียรติ์ ที่ยังคงครองอันดับหนึ่งของความเป็นจิตกรรมฝาผนังที่มีความยาวที่สุดในโลก

ใช้เวลาพอสมควร ในการเดินชมพระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมทั้งเก็บรูปสวย ๆ ในแต่ละจุด ทั้งนี้ บางส่วนต้องละเลยไปสักหน่อย ด้วยเพราะกำลังขาเริ่มล้าลงเรื่อย ๆ

ท้ายที่สุด เมื่อไปต่อไม่ไหว ที่คาดว่าจะเดินต่อไปยังวัดโพธิ์ ต้องเปลี่ยนไปนั่งพัก และเติมพลัง ด้วยบะหมี่แห้งหมูแดงร้านประจำ ที่ท่าช้าง เมื่อได้เลียบฝั่งเจ้าพระยาแล้ว ก็อดที่จะข้ามฝั่งไปแถบวังหลัง เดินตระเวนหาของกินอร่อย ๆ ต่อ แต่กลับเป็นว่าร่างกายไม่สามารถย่อยอะไรได้เร็ว ดังใจนึก เลยต้องระเห็ด ข้ามกลับมาที่ท่าพระจันทร์ ผู้คนในฝั่งนี้มากมาย เราหยุดดูกิจกรรมการจับจ่ายสินค้า ที่วางแบกับดิน และความวุ่นวายของคนหน้าธรรมศาสตร์ได้สักพักใหญ่ ๆ
 

ก็ย้อนกลับไปยังเสาชิงช้า เพื่อตั้งใจเก็บบรรยากาศในช่วงกลางคืน รถตุ๊ก ๆ วิ่งตัดจากสนามหลวง ไม่กี่อึดใจก็ไปถึง แต่เวลายังพอที่จะไปอีกสักที่ เราจึงเลือกเดินไปที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ สถานที่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในเจดีย์บนยอดภูเขาทอง ด้วยตั้งใจว่าจะเก็บทิวทัศน์ในมุมสูง ๆ แต่เมื่อไปถึง ทางขึ้นก็ปิดเสียแล้ว ที่ทำได้เพียงแต่นั่งพักเหนื่อยไปพลาง ๆ

เราย้อนกลับมาที่บริเวณลานคนเมือง คนเริ่มหนาแน่นมากขึ้น หลายคนตั้งใจมาชื่นชมเสาชิงช้า บ้างก็ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก บ้างก็ขอได้สัมผัสให้เป็นสิริมงคล

เราต่างก็ถ่ายรูปเก็บไว้เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นเวลาที่แสงยามเย็นจะลับขอบฟ้า ชวนให้ได้อีกบรรยากาศหนึ่งที่น่าเก็บไว้ สนุกสนานไปกับการคิดท่าต่าง ๆ ที่จะพอจะทำให้รู้สึกยิ้มได้เมื่อหวนกลับมาดูรูปเก่า แต่ในขณะนั้น ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาในละแวกนั้น หลายคนก็คงจะสงสัยพวกเราไปตาม ๆ กัน หลายคนชี้ชมให้ดู อาจจะดูแปลก ๆ และเขิน ๆ กันบ้าง แต่ก็รู้สึกดี ที่หลายคนยิ้มให้ด้วยอารมณ์ขัน

เมื่อได้เวลาที่ต้องไปตามใจอยาก และก็ปากหิว ร้านมนต์นมสด ที่อยู่คู่ย่านนี้มา 40 กว่าปี จะเป็นที่ที่เราไปลองลิ้มชิมรส คนที่มาอุดหนุนร้านนี้มีไม่ขาดสาย แต่ก็เพียงพอที่เราจะหาโอกาสจับจองโต๊ะได้ ขนมปังหน้าต่าง ๆ พร้อมด้วยนม สดและกาแฟเย็น ทำให้รู้สึกอิ่มท้องเหมือนกัน

เสร็จสรรพแต่ไม่ใช่การเสร็จสิ้นในวันนี้ แสงไฟที่ส่องกระทบเสาชิงช้า เปลี่ยนสีแดง กลายเป็นทอง สวยงามไปอีกแบบ คนบริเวณรอบเสาชิงช้าเพิ่มมากขึ้น และในบริเวณลานคนเมืองก็เริ่มมีการแสดง เราต่างใช้เวลาในช่วงนี้ค่อนข้างจะนานสักหน่อย ทั้งถ่ายรูปนั่งเล่น เดินเล่นไปเรื่อย จนกระทั่งเวลาพอเหมาะ ที่สุดท้ายของวันนี้เราตกลงกัน ที่จะจบที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แสงไฟอาจจะไม่สว่างไสวไปทั่วท้องถนน แต่นั่นก็ทำให้อนุสาวรีย์ ฯ ดูโดดเด่น อยู่ใจกลางถนนราชดำเนิน

สุดท้าย ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความอิ่มเอม และอ่อนล้า แต่ก็ยังหวังว่าโอกาส หน้า คงจะได้เดินเที่ยวเล่น และชิมของกินอร่อยที่ขึ้นชื่อในเกาะรัตนโกสินทร์ ที่ยังคงมีสถานที่อีกมากมายที่ยังไม่สามารถไปเยือนได้ในวันนี้ และมันเป็นอีกวันหนึ่งที่คนเราจะหาความสุขในเมืองหลวงได้

อนึ่ง การท่องเที่ยวบนเกาะรัตนโกสินทร์ ด้วยความสนุก และสะดวกที่สุด คงจะเป็นการใช้บริการรถตุ๊ก ๆ และก็พึ่งพาสองขาของเราจะดีที่สุด

 

 
 
ศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ENAC)
7/368 เมืองทองธานี ถ.ป๊อปปูล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 , Tel. / Fax. : 02-980-4651 , 089-161-7933 , 061-094-9052
E-mail : enac-club@hotmail.com , Facebook : www.facebook.com/enac.club
© 2017 enac-club.com All rights reserved.