20 - 21 ตุลาคม 2550

ในวันใส ๆ แดดร้อน แซมไปด้วยเมฆฝนที่มาเยือนในขณะ เราใช้เวลาในวันเหยุดสุดสัปดาห์ เดินทางไปเยี่ยมเยือน เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน ที่มักฝังตัวอยู่กับงานท่ามกลางป่าเขา อีกทั้ง ยังใช้โอกาสนี้เป็นการพักผ่อน และสรรหาอาหารทะเลสด ๆ ที่ผ่านการปรุงให้เลิศรส คนละไม้ คนละมือ

เมื่อความคิด ถึงจุดหนึ่ง ก็เริ่มชวนผลพรรค เพื่อน ๆ น้อง ๆ บรรจุสัมภาระเพียงเล็กน้อย ทิ้งไว้ให้อิ่มตัวก่อนสักคืน ในวันรุ่งขึ้นของเช้าวันเสาร์ ก็เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง

..............................................................................................

 
 

เวลาที่ไม่เร่งรีบ ให้ชีวิตดูเร่งร้อน จนเกินไป จึงเป็นสาเหตุ ให้แต่ละคนจะทำเวลาเกินกำหนดเกือบทุกคน เหมือนเป็นที่รู้กัน หลังจากสมาชิกร่วมเดินทางครบ พวกเราก็เคลื่อนพลสู่บางละมุง ทว่า ในระหว่างและเวลาที่เหลือ ก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องมาถกหาข้อตกลงระหว่างเดินทาง

ถึงแม้ คะแนนเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ ซึ่งอาจเป็นเพราะคิดกันไม่ออกด้วย จึงหันเป้าหมายไปสู่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ( บางแสน ) ถึงแม้จะเป็นการมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ทำให้เพลิดเพลิน เวลาเห็นปลาสวยงามแหวกว่ายในตู้แสดงพันธุ์ปลาต่าง ๆ

ใช้เวลาพอสมควร ซึ่งส่วนใหญ่หมดไปกับการตั้งใจถ่ายรูปปลาที่แหวกว่ายอย่างหดหู่ ( คิดแทนปลา ที่อยู่ในตู้แคบ ๆ เดิม ๆ ) เมื่อได้เวลาที่สัญญาณของน้ำย่อยในช่องท้องเรียกร้อง แล้ว ก็ต้องหาของกินอร่อย ๆ ไปสนองความต้องการนั้น
สิ่งที่เติมเต็มในมื้อนี้เป็นร้านเย็นตาโฟ ในพัทยากลาง เป็นร้านที่ตั้งเป้าไว้หลายครั้ง แต่มาครั้งใดก็หาที่จอดรถริมทางไม่ได้ ชื่อร้านดำ-แดง ขายหลายอย่าง แต่ที่ขึ้นชื่อน่าจะเป็นเย็นตาโฟ น้ำขลุกขลิก ที่อร่อยคงเป็นเพราะเครื่องเคียงที่ใส่ลงไปนี้แหละ บางอย่างก็ไม่เหมือนใคร

เมื่อสาแก่พุงแล้ว ก็ถึงเวลาไปสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ซึ่งมีเพื่อน ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นสัตวบาลอยู่ที่นั่น ทำงานที่นั่นก็นานพอตัว จนบางครั้งแยกไม่ค่อยออกว่าจะเป็นคนหรือหมีควายดี และที่สำคัญสุดคือคืนนี้พวกเราต้องอาศัยเป็นทั้งที่กิน ที่นอนในครั้งนี้

ด้วยความต้องการอยาก จึงไหว้วานให้เพื่อนเตรียมอาหารทะเลสด ๆ ไว้รอ และพวกเราก็ได้ในสิ่งที่เกินความต้องการ ( คิดว่าจัดการไม่หมด คงเอาไปปลูกให้มันงอกใหม่แน่ ) เพื่อไม่ให้เสียขบวนทัพพ่อครัวหัวป่า และแม่ครัวตัวสำรอง ก็เริ่มภารกิจของอัฉริยะข้ามคืน โชคดีที่ไม่ต้องเอาอาหารทะเลมาถอดรหัส นอกเสียจากแกะเปือก ทุบกระดองเท่านั้น

 

บางครั้งความสุขของพวกเราก็อยู่ที่ได้ทำเอง กินเอง คุยกันไป อำกันไป กับเพื่อน ๆ น้อง ๆ คนคุ้นเคยกัน เฉกเช่นคืนนี้ที่ใช้ความพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถกินให้หมดในคืนเดียวได้ สวนทางกับคำว่าพอเพียงเหลือเกิน แต่ยังดีที่สามารถนำไปแปรรูปต่อในมื้อเช้าได้

ตื่นมาตอนเช้า ท่ามกลางอาการเย็นอ่อน ๆ หลังจากมีเหตุให้ชวนขนลุก ในระหว่างที่นอนแล้ว ก็มาพบความจริงที่คิดกันไปเอง

อาศัยอาการในช่วงเช้า พวกเรารีบเร่งกันและกัน เตรียมกล้องถ่ายรูป กล้องดูนก เท่าที่มีกัน ออกเดินเท้าสัมผัสธรรมชาติ ริมอ่างเก็บน้ำเขาชีโอนกัน แสงแดดอ่อน ๆ และนกแอ่นบินว่อน แซงแซวสีเทาทะเลาะกันให้เห็นกลางอากาศ ขมิ้นน้อยท้ายทอยดำ แทรกในกลุ่มจาบคา สูงขึ้นไปมีเหยี่ยวร่อนกันเป็นคู่ดูโดดเด่นทีเดียว

เดินกันเพลินไปหน่อยแสงแดดเริ่มร้อน ต้องกลับมาเติมพลังงานรอบเช้ากัน ใชเวลาพอสมควรทั้งจัดแจง และกินกัน พักหน่อยก็เริ่มเที่ยวดูสัตว์ที่อยู่ในกรงเพาะเลี้ยง แล้วกลับมานอนเอกเขนกกันหลายชั่วโมงเหมือนกัน ก่อนที่จะลาเจ้าบ้านเดินทางกลับสู่กรุงเทพ

ระหว่างทาง พวกเราได้แวะที่เขาชีจันทร์ จุดเด่นคือรูปสลักพระพุทธรูปสีทอง ขนาดใหญ่บนภูเขาหินปูน เก็บรูปได้พอควรแล้วก็ดินทางกลับต่อ แวะตลาดหนองมนหน่อยซื้อของที่บ้านบ้าง ฝากตัวเองบ้าง สุดท้ายก็จบที่บ้านใครบ้านมันพร้อมกับอาการปวดเมื่อยนิดหน่อย

 

 
 
ศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ENAC)
7/368 เมืองทองธานี ถ.ป๊อปปูล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 , Tel. / Fax. : 02-980-4651 , 089-161-7933 , 061-094-9052
E-mail : enac-club@hotmail.com , Facebook : www.facebook.com/enac.club
© 2017 enac-club.com All rights reserved.