ถึงเวลาในการเดินทางอีกครั้ง ในช่วงวันหยุด ซึ่งก็เป็นเรื่องเคยชินที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ถ้าหากไม่ได้ไปไหน ก็คงรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว หรืออาจจะถึงขั้นลงแดงเลยก็ว่าได้

วันหยุดนี้ ก็เลยเลือกจะไปสถานที่เดิม ๆ และคุ้นเคยเป็นอย่างดี อีกทั้งยังไปสานต่องานที่จะจัดโครงการขึ้นในปีหน้า นั่นก็คือที่ เขาแผงม้า อ. วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และยังใช้วันที่เหลือเพื่อไปเยือนที่แห่งใหม่ใกล้ ๆ กัน ที่ไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งอันนี้ก็ตัดสินใจในความบังเอิญอีกที ก็เลือกค้างในคืนที่สองที่ น้ำตกสวนห้อม อุทยานแห่งชาติทับลาน

ทั้งสองที่ มีความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล และบ่อยครั้ง ที่การมองในมุมของพวกเราอาจแตกต่างจากคนอื่น หรือเหมือนกันจนสามารถจับกลุ่มกัน ทำประชาวิเคราะห์ได้อย่างถูกปากถูกคอ เป็นแน่

 
 
 

การเริ่มต้นเดินทาง ก็ด้วยวิธีง่าย ๆ ขั้นพื้นฐาน โดยอาศัยรถตู้กึ่งมาตรฐาน ( ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเสียเงินให้ใครกันแน่ ที่นั่งก็พยายามอัดกันเข้าไป ค่ารถก็แพงขึ้น บริการลดลง และยังคงรักษามาตรฐานแบบนี้ โดยไม่บกพร่อง ) ที่อนุสาวรีย์ชัย ฯ ตีตั๋วไปถึงตลาดวังน้ำเขียว ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง

เราแบ่งเวลาอย่างไม่รีบร้อน ที่จะซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้ให้อิ่มท้องไปได้ทั้ง 3 วัน และเติมเต็มมื้อเที่ยงที่ตลาด ก่อนจะออกแรงกระชากเป้ขึ้นหลัง ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และเดินเท้า เพื่อหาจุดเหมาะ ๆ ในการโบกรถ (ตามระเบียบ) แต่เดินได้สักระยะหนึ่ง ก็มีรถกระบะใจดีโบกเราขึ้นรถซะก่อน และส่งถึงศูนย์ประสานงานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า ฯ บริเวณทางขึ้นเขาแผงม้า

แน่นอน ณ ที่แห่งนี้ เราอุ่นใจได้ไปกว่าครึ่ง เพราะเจ้าหน้าที่เกือบทุกคน เป็นที่รู้จักมักคุ้นมากว่า 7 - 8 ปีแล้ว ก็เลยอาศัยรถของพี่ ๆ ที่นี่ขึ้นเขาแผงม้า อีก 4 กิโล

เวลาส่วนใหญ่เราใช้ไปกับการนั่งคุยเรื่องต่าง ๆ กับลุงแดง ( เจ้าหน้าที่เก่าแก่อีกคนที่นั่น ) สลับสับเปลี่ยนกับอุปสงค์ในโครงการที่จะปรับปรุงพื้นที่การเรียนรู้ต่าง ๆ บนเขาแผงม้าอีกด้วย ก่อนที่จะได้เวลาพอเหมาะในการเดินสำรวจบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ( ระยะทาง 2 กม. ) ซึ่งก็พอที่จะได้ภาพรวมในเบื้องต้น

หลังจากนั้น พวกเราเลือกที่จะเดินให้เร็วขึ้น เพื่อจะไปยังจุดดูกระทิง ก่อนที่ความมืดจะมาเยือน ครั้งนี้ก็ถือว่าโชคดี ที่ได้เห็นกระทิงฝูงใหญ่ ประมาณคร่าว ๆ ที่สามารถนับได้ กว่า 13 -14 ตัว และอาจถือว่าเป็นครั้งแรก ในหลาย ๆ ครั้ง ที่เห็นกระทิงรวมกลุ่มกันเป็นฝูงลงมากินโป่ง ( ซึ่งที่ผ่านมา มักเห็นกระจายกัน และมักเดินหลบเข้าร่มบ้าง )

คืนนี้ พวกเราอาศัยจุดดูกระทิงนั่นแหละเป็นที่กางเต็นท์ ( โดยปกติ จุดนี้จะให้เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้น ) และก็หลับสนิทได้อย่างรวดเร็ว
 

ตื่นเช้า มาด้วยเสียงนก และคนที่เริ่มเดินมาดูกระทิง วันนี้โชคดี ที่มีนกสาริกาเขียวบินมาเกาะให้ดูใกล้ ๆ พร้อมทั้งกระรางหัวหงอกอีกฝูงกระโดดหากินตามพื้นก่อนจะหายไป แต่ที่ถือว่าโชคดีหน่อย ก็ตรงฝูงนกแขกเต้า (วงศ์นกแก้ว ของไทย ) บินผ่านเหนือเต็นท์ไปเป็นฝูง กว่า 20 ตัว คาดว่าคงลงหากินข้าวโพดที่ชาวบ้านปลูกไว้ แล้วบินไปมาที่เขาใหญ่

พร้อมทั้งดูกระทิงอีกที ซึ่งรอบเช้าออกมาโชว์ตัวไม่นาน เรียกได้ว่าใครมาไม่ตรงช่วงเวลามันออกมา ก็ถือว่าโชคยังไม่เข้าข้าง

วันนี้ ในช่วงเช้าก็เป็นการสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติอย่างละเอียดอีกที และกำหนดจุดต่าง ๆ พร้อมตรวจวัดเส้นทางที่ต้องมีการซ่อม - สร้าง อีกที รวมถึงเก็บรายชื่อพืชสมุนไพร เพื่อจัดทำป้ายสื่อความหมาย ก่อนที่จะโบกรถลงมา คุยรายละเอียดอีกที กับพี่เก่ง และลุงเบิ้ม ( เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ฯ ) และอาศัยข้าวเที่ยงที่นั่นอีกมื้อ

และเกือบจะ 4 โมงเย็น พวกเราค่อยโยกย้ายตัวและสัมภาระในการเดินทางต่อไปยัง น้ำตกสวนห้อม ( อุทยานแห่งชาติทับลาน ) ที่อยู่ห่างจากตลาดวังน้ำเขียวไปแค่ 6 กม. เท่านั้น โดยตัดสินใจในนาทีสุดท้าย ด้วยความบังเอิญ หลังจากเปิดนิตยสารท่องเที่ยว (อสท.) ซึ่งทำให้เกิดกิเลสที่อยากจะไปสัมผัสความสวยงามที่นั่น

พวกเราโชคดี ที่เจ้าหน้าที่อุทยาน ฯ เรียกขึ้นรถ หน้าปากทางเข้าพอดี ก็เลยได้อาศัยไปอีกครั้งโดยไม่ต้องรอนาน

คนเยอะแยะ และเต็นท์อีกหลายหลัง จับจองพื้นที่เอาไว้กันอย่างหนาตา พวกเรากว่าจะหาที่ลงได้ ก็ตัดสินใจอยู่นาน และก็ยอมเลือกพื้นเอียง ๆ แต่วิวดี ๆ เท่าที่จะหาได้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหากับพวกเราและความรู้สึก ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เยอะแยะเกินไป แต่เป็นการที่นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ที่มากันทั่งรถบัสขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนรวม และเป็นป่าสงวน ในการร้องคาราโอเกะ ด้วยเครื่องเสียง ดังไปทั่วหุบเขา โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำอะไร ( ทำให้เข้าใจว่าเป็นความยินยอม ด้วยผลทางธุรกิจ ) กว่าจะยุติก็เกือบเที่ยงคืน เสียบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ไปมาก ไม่รวมถึงการรบกวนคนอื่น และสัตว์ป่า ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น

เช้าตื่นขึ้นมา ด้วยเสียงเครื่องบินบังคับวิทยุ ซึ่งแตกต่างจากเช้าวันก่อนที่แผงม้า ที่ยังคงได้ยินเสียงนก แม้บรรยากาศช่วงเช้าจะสวย แต่ก็ไม่สมบูรณ์นัก เพราะความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ความพอใจส่วนตัว รบกวนธรรมชาติ รบกวนคนอื่น โดยหลงได้ปลื้ม ในสิ่งที่ตัวเองทำว่าถูกต้องแล้ว ทำให้ดูดีน่าชื่นชมแล้ว ไม่รวมกับเมื่อคืน นักท่องเที่ยวบางคนดื่มได้ที่หน่อย ห้องน้ำแค่สิบกว่าเมตร ก็ดูไกลเป็นกิโล ยืน .... ตรงจุดชมวิวซะงั้น เข้าใจว่าเป็นความรู้สึกแค่กลุ่มพวกเราเท่านั้น แต่มารับรู้กับกลุ่มพี่ ๆ ที่ใจดีให้เราติดรถออกมาที่ตลาด ก็รู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

เมื่อจะเดินทางกลับ พวกเราตัดสินใจที่จะหาโบกรถรายทางกลับ เพราะไม่มั่นใจกับรถตู้โดยสารเท่าไหร่นัก ( เพราะมักเอาเปรียบอยู่เรื่อย คาดว่าเคยคนขับเคยทำงานโรงงานบรรจุปลากระป๋อง ) แต่โชคดี อีกครั้งที่ โบกรถพี่ ๆ คริสตจักร แถวบางกะปิได้ อาศัยรถตู้ และรถส่วนตัวอีกคันไป นั่งกลับแบบสบาย ๆ และเป็นกันเอง จนถึงกรุงเทพก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านของแต่ละคนไป อย่างปลอดภัย

 
แน่นอน เขาแผงม้า มักเป็นประโยชน์ ต่อผู้ที่ใช้ให้เกิดประโยชน์ และมักไม่เกิดประโยชน์โดยตรงกับผู้ที่มองข้ามคุณค่าของมัน แต่เขาแผงม้า ยังทำหน้าที่ของมันในการฟื้นคืนสภาพป่า เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์ป่า รวมถึงเป็นแหล่งต้นน้ำให้กับลำพระเพลิง หล่อเลี้ยงอีกหลายชีวิตต่อไป ดังนั้นการมีส่วนร่วมในการเติมเต็มให้เกิด เป็นแหล่งการเรียนรู้ทางธรรมชาติที่เหมาะสม ก็ถือเป็นหน้าที่หนึ่งที่ทุกคนควรร่วมมือกัน
 
ศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ENAC)
7/368 เมืองทองธานี ถ.ป๊อปปูล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 , Tel. / Fax. : 02-980-4651 , 089-161-7933 , 061-094-9052
E-mail : enac-club@hotmail.com , Facebook : www.facebook.com/enac.club
© 2017 enac-club.com All rights reserved.