สะพานไม้มอญที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ก่อร้างสร้างเติมด้วยแรงศรัทธาของชาวมอญที่มีต่อหลวงพ่ออุตตามะ
บนสะพานไม้มอญ ในบรรยากาศเงียบสงบในยามค่ำคืน เรือนแพริมฝั่งน้ำ อีกสถานที่พักบนธรรมชาติริมน้ำซองกาเรีย ยามเย็น  กับแสงสุดท้ายพาดผ่านสะพานไม้มอญ แลเห็นโครงสร้างที่สวยงาม
ภาพที่เป็นเสน่ห์ของหญิงชาวมอญ ที่มักวางสำภาระ ไว้บนศรีษะ มักเห็นเจนตาในที่แห่งนี้

สังขละบุรี หากย้อนกลับไปในสมัยเก่าก่อน วิชาประวัติศาสตร์ ได้กล่าวไว้เป็นบทเรียน เรื่องของการเดินทัพของฝ่ายพม่า รามัญ ซึ่งสถานที่เด่น ๆ และหลายคนคงจดจำ เส้นทางการเดินทัพ ณ ด่านเจดีย์สามองค์ได้ แม้จะเป็นอำเภอเล็ก ๆ แต่ใช่ว่าความน่าสนใจจะเล็กตาม

เพื่อนอีแน็คของเรา ได้ใช้คำว่ามนต์เสน่ห์ของการเดินทาง ซึ่งทำให้เราไปเยือนบ่อยครั้ง และยินดีที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ ในมุมมองของเพื่อนอีกแน็ค ให้ผู้ที่สนใจซึบซับในโอกาส ที่จะไปเยือนต่อไป

ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อต้องเดินทางเป็นระยะทางไกล จนชิดขอบประเทศไทย ในเขตพื้นที่กาญจนบุรี คือชุมชนชาวมอญ ที่อพยบย้ายถิ่นเข้ามาตั้งหลักปักฐาน ในพื้นที่เขตติดกับเขื่อนเขาแหลม

และด้วยแรงแห่งศรัทธาในหลวงพ่อ อุตตามะ อีกทั้งพุทธรรมที่ดีงามทำให้เกิดศรัทธา จนเป็นมนต์เสน่ห์ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ

จุดเริ่มต้นแรกของการเดินทาง ของเพื่อนอีแน็ค คือ ความเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย คือสะพานไม้ที่ทอดตัวยาวที่สุดในประเทศ ผาดผ่านแม่น้ำซองกาเรีย ด้วยแนวคิดของการย่นระยะทางของชุมชน ชาวมอญที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ ด้วยการนำของหลวงพ่ออุตตามะ ทำให้ชาวบ้านที่ศรัทธาร่วมแรงกัน สร้างสะพานไม้มอญ ด้วยระยะทางยาวกว่า 444 เมตร และตั้งตระหง่านสะท้อนเงาในน้ำ ให้เห็นถึงความอุตสาหะ ในการลงมือร่วมแรง จากไม้แต่ละท่อน สามารถบอกเล่าถึงความสามัคคีของคนมอญ ในชุมชนได้เป็นอย่างดี หากนั่งมองวิถีชีวิต ที่สัญจรผ่านสะพานไม้แห่งนี้ ทั้งบนสะพานและเรือแต่ละลำที่วิ่ง ลอดผ่านใต้สะพาน จะเห็นถึงความเรียบง่าย

เด็ก ๆ  พร้อมดอกไม้ ธูปเทียน ณ จุดเมืองบาดาลที่โผล่พ้นน้ำ
ซากโบสถ์ ของวัดวังก์เววิการาม หลังเดิมที่มีให้เห็นในช่วงฤดูแล้ง
อีกมุมของวัดวังก์เววิการาม ที่ให้เห็นซุ้มประตูเดิม

และความแตกต่างของวัฒนธรรม การใช้ชีวิตทั้งสองฝากฝั่ง หากมองอย่างเป็นกลาง และสัมผัสมันจริง ๆ เราจะรู้คำตอบบางอย่าง

เพื่อนอีแน็คในครั้งล่าสุดที่ได้ไปพักผ่อน ในแพริมน้ำใกล้กับสะพานไม้มอญ นั่งมองเปรียบเทียบในวันวานที่เรา เคยได้สัมผัส ทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงพอเข้าใจถึงข้อดีข้อเสีย ของการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว

แต่ที่เราสามารถบอกเล่าให้ฟังได้ คือ ความแตกต่างของชุมชนชาวมอญ กับอีกฝั่งของสะพานที่เป็นชุมชนชาวเมือง ซึ่งที่น่าสนใจคือ ในชุมชนเล็ก ๆ ของชาวมอญมีวิถีและความเปลี่ยนแปลง ที่ช้ากว่าอีกฝั่ง ไม่ใช่เพราะด้านเงินทุนในการพัฒนาพื้นที่ แต่กลับเป็นการพยายามคงอยู่ใน วิถีวัฒนธรรม ดั้งเดิม ที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย มีศาสนา และวัดเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะ วัดวังก์เววิการาม แม้หลังเดิมจะจมลงสู่พื้นที่ใต้แนวระดับน้ำ จากการสร้างเขื่อน แต่็้ก็พิสูจน์ได้ว่าศรัทธา มาจากจิตใจของคนในชุมชนโดยแท้

วัดวังก์ิเววิการามใหม่ ได้สร้างขึ้นในแบบสถาปัตยกรรมใน แบบไทยมอญ โดดเด่นอยู่ริมน้ำ เมื่อล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งน้ำ สิ่งที่ทำให้พวกเราเข้าใจวิถีชุมชนชาวมอญ ในเรื่องของการศรัทธาในพุทธศาสนา คือ ชุมชนแห่งนี้ แทบจะปลอดแอลกอฮอล์ ร้านขายของชำหลายร้าน ไม่ขายเครื่องดื่มจำพวกนี้ และหลายบ้านจะเตรียมตัวทำบุญใส่บาตร ไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืน เมื่อถึงเวลารุ่งเช้าจะเห็นโถ ใส่อาหารในแบบชาวมอญ เรียงรายกัน

พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์ที่เดินบิณฑบาตร ข้ามผ่านสะพานไม้มอญ นับเป็นภาพที่เห็นได้เจนตา และอิ่มเอมบุญไปพร้อมกัน

แต่ในฝั่งตรงกันข้ามของฝากฝั่งน้ำ ชุมชนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป บ้านเรือนเริ่มปรับตัวให้เข้ากับการท่องเที่ยว ร้านเล็ก ๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นร้านในแบบโมเดิร์น อย่างที่เห็นตามแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียง แน่นอนวิถีของความเป็นแปลงเหล่านี้ เกิดจากการพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยว และความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่เรียกได้ว่า เป็นแบบกึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น

หากมองถึงเรื่องเศรษฐกิจชุมชนแล้ว แน่นอนปฏิเสธไม่ได้ว่าผลตอบรับย่อมดีขึ้น ตามลำดับ แต่หากมองถึงการเปลี่ยนแปลงทาง ด้านวัฒนะธรรมทางสังคม เฉพาะที่ก็ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ มากไปกว่าว่าคนในพื้นที่แน่นอน เพราะนั้นคือทางเลือก ของการใช้ชีวิตในชุมชน

นักท่องเที่ยว อย่างเพื่อนอีแน็ค ก็เป็นเพียงกลุ่มคนหนึ่งที่ไม่ต่างจาก นักท่องเที่ยวอื่น ๆ คือ ได้รับความสุขในการไปเยือน การพักผ่อน และภาพประทับใจกลับไป เท่านั้น แต่ถ้ามีคนถามว่า จะไปอีกไหม

แน่นอน ตอบอย่างไม่ต้องคิดได้เลยว่า ไปอีกแน่นอน แม้ว่าสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไปในพื้นที่ แต่การได้ไปยังสังขละบุรี มันยังทำให้เรามานั่งบอกเล่าความทรงจำเดิม ๆ ในบรรยากาศเดิม ๆ ได้ชัดเจนกว่าเป็นแน่ และถ้าหากใครที่ยังไม่ได้ไปเยือนที่แห่งนี้ ก็อย่าลืมเลือกช่วงเวลาดี ๆ ในตอนเช้า ๆ หรือเย็น ๆ ณ สะพานไม้มอญ นอกจากจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกแล้ว ลองนั่งดูวิถีชีวิตที่ดำเนินไป รวมถึงการได้ไปไหว้พระทำบุญ ณ วัดวังก์เววิการาม รับรองว่าจะได้รับ ความรู้สึกดี ๆ อิ่มเอมใจกลับไป ไม่มากก็น้อย ตามแต่ความชื่นชอบของแต่ละคนเป็นแน่ ...

 
 
ศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ENAC)
7/368 เมืองทองธานี ถ.ป๊อปปูล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 , Tel. / Fax. : 02-980-4651 , 089-161-7933 , 061-094-9052
E-mail : enac-club@hotmail.com , Facebook : www.facebook.com/enac.club
© 2017 enac-club.com All rights reserved.
 
นักท่องเที่ยว ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบนสะพานไม้มอญ เบื้องล่างเหนือลำน้ำ กับการนั่งเรือชมบรรยากาศ อีกรูปแบบหนึ่งของการท่องเที่ยว ยามเช้า ๆ  กับแพริมน้ำฝั่งด้านชุมชนชาวมอญ พระสงฆ์ เดินเท้าไปบนสะพานไม้มอญ ความเรียบง่ายในวิถีชุมชน กับเรือพาย ทั้งสัญจร และประกอบสัมมาชีพในลำน้ำแห่งนี้ การขนถ่ายสิ่งของโดยเฉพาะไม้ โดยอาศัยลำน้ำที่ช่วยในการผ่อนแรง เช้าวันใหม่ ณ รอยเชื่อมต่อของแพแต่ละหลัง สะท้อนแสงให้ได้ประทับใจอีกแบบ